ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ สรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๒

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ สรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๒

พล.ต.บรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่7/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือได้กล่าวในงานศป.ปส.ชน.พบปะสังสรรค์สื่อฯ ว่า ทางศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือเป็นองค์กรในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ซึ่งดำเนินการภายใต้กรอบแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พุทธศักราช ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒ ซึ่งกำหนดไว้จำนวน ๘ ยุทธศาสตร์
โดยในปี ๒๕๖๒ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเป้าหมาย “สังคมมีความปลอดภัยจากยาเสพติด” งานหลักที่มุ่งเน้นใน ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านป้องกัน ด้านการปราบปราม และ ด้านการบำบัดรักษา กำหนดการปฏิบัติ เป็น ๔ มาตรการ ๘ ยุทธศาสตร์ โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ มีภารกิจในการ ควบคุม อำนวยการ ประสานงาน บูรณาการต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้น ปราบปราม ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่อำเภอชายแดนภาคเหนือ และพื้นที่อำเภอตอนในที่ต่อเนื่องของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย จำนวน ๒๑ อำเภอ
และในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๒ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้อนุมัติการจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ โดยกำหนดให้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เป็นหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ เพื่อปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕ ซึ่งกำหนดพื้นที่เป้าหมายใน ๔ จังหวัด (แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา) ๑๙ อำเภอ ๓๓ ตำบล ๔๗ หมู่บ้าน มีมาตรการในการปฏิบัติจำนวน ๗ มาตรการ ขับเคลื่อนโดยคณะทำงานปฏิบัติการร่วมด้านต่างๆ จำนวน ๔ ด้าน
พื้นที่รับผิดชอบ ในปี ๒๕๖๒ จึงมีพื้นที่รับผิดชอบตามแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี ๕๘ – ๖๒ จำนวน ๒๑ อำเภอ และ พื้นที่รับผิดชอบตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ ปี ๖๒ – ๖๕ จำนวน ๑๙ อำเภอ ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเหนือจากแผนยุทธศาสตร์ฯ จำนวน ๔ อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ พะเยา (๑๘ อำเภอชายแดน และ ๗ อำเภอตอนใน)
การกำหนดความชัดเจนในการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบกับกองกำลังป้องกันชายแดนได้กำหนดเขตติดต่อระหว่างตำบลชายแดนและตำบลตอนใน ในการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ
และต้นปี ๒๕๖๒ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งได้ปฏิบัติจนถึงปัจจุบัน โดยกำหนดแนวทางและมอบหมายความรับผิดชอบให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือรับผิดชอบ ๒ ภารกิจหลักได้แก่
๑. การสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด โดยเพ่งเล็งพื้นที่รอยต่อระหว่างพื้นที่อำเภอชายแดนและพื้นที่ตอนใน สนับสนุนการปฏิบัติ ให้กับกองกำลังป้องกันชายแดน
๒. จัดการบูรณาการความร่วมมือในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบ Logistics โดยในปี ๒๕๖๒ ได้จัดหน่วยงานร่วมเข้าตรวจสอบการดำเนินการของสถานประกอบการ และดำเนินการจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจทั้ง ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน
ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ
ด้านการสกัดกั้นและปราบปราม มีผลการปฏิบัติงาน จำนวน ๖,๒๕๑ ครั้ง ดังนี้ การลาดตระเวน จำนวน ๑,๖๐๙ ครั้ง, การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด จำนวน ๔,๑๗๗ ครั้ง, การซุ่มจับ/ซุ่มเฝ้าตรวจ จำนวน ๘๔ ครั้ง, การปิดล้อม/ตรวจค้น จำนวน ๓๘๑ ครั้ง
ผลการจับกุมยาเสพติด
โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ปฏิบัติ และร่วมปฏิบัติ สามารถตรวจยึดจับกุมผู้ต้องหาและของกลาง ดังนี้ ยาบ้า จำนวน ๓๖,๙๘๔,๑๕๕ เม็ด คิดเป็นร้อยละ ๑๘ ของการจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบ, ไอซ์ จำนวน ๓๐๘.๗๗ กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ ๒๑ ของการจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบ และผู้ต้องหา จำนวน ๕๔๓ ราย คิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของการจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบ
การจับกุมรายสำคัญของหน่วยงานร่วมในพื้นที่ จำนวน ๘๐ ครั้ง โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือปฏิบัติเอง และร่วมปฏิบัติ จำนวน ๒๖ คดี รายละเอียดพื้นที่การจับกุมตามภาพฉาย โดยการจับกุมรายสำคัญของ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือปฏิบัติ ได้แก่
– เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ สามารถจับกุมผู้ต้องหา ๒ ราย และตรวจยึดยาบ้าจำนวน ๕ ล้านเม็ด ในพื้นที่ บ.ห้วยหญ้าไซ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จว.ช.ร. และทำการขยายผลจากการจับกุมสามารถตรวจยึดของกลางยาบ้าเพิ่มเติมอีก จำนวน ๑,๐๙๖,๐๐๐ เม็ด รวมของกลางยาบ้า ๖,๐๙๖,๐๐๐ เม็ด
– เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๙๐๐ ชป.ศป.ปส.ชน.ที่ ๒ ทำการ ลว.เส้นทาง พื้นที่ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จว.ช.ม. โดยได้เข้าตรวจสอบถ้ำ ในพื้นที่ บ.มูเซอป่าบงงาม ซึ่งคาดว่าจะมีการนำยาเสพติด มาซุกซ่อนพักคอยเพื่อเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ตรวจพบกระสอบต้องสงสัย จำนวน ๒๗ กระสอบ ตรวจสอบภายในเป็น ยาบ้า จำนวน ๕,๓๓๐,๐๐๐ เม็ด
สำหรับการจับกุมรายย่อยในพื้นที่ หน่วยยังคงดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดภายในชุมชนและค้นหาเครือข่ายในพื้นที่ตอนใน โดยมีผลการจับกุม จำนวน ๓๘๐ ครั้ง (ยาบ้า ๑๑๖,๓๓๕ เม็ด, ไอซ์ ๑.๗๗ กิโลกรัม, เฮโรอีน ๒.๕๒ กิโลกรัม, ฝิ่น ๗.๐๓ กิโลกรัม และผู้ต้องหา ๕๑๘ คน)
ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีการปฏิบัติจำนวน ๑,๕๑๖ ครั้ง ได้แก่
– ด้านการป้องกัน จำนวน ๑๖๔ ครั้ง
– ด้านการบำบัดรักษา จำนวน ๘๑ ครั้ง
– ด้านการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง และการบูรณาการ จำนวน ๔๓๓ ครั้ง
– งานนโยบายและงานที่สนับสนุนแผนงาน/โครงการที่สำคัญในพื้นที่ จำนวน ๖๘๐ ครั้ง
– การปฏิบัติการข่าวสาร สนับสนุนสำนักนโยบายและแผนกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน และศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ จำนวน ๑๕๘ ครั้ง
โดยมีการดำเนินการโครงการที่สำคัญ ๓ โครงการ ได้แก่
– โครงการติดตามผู้ผ่านการบำบัด ในพื้นที่เป้าหมายค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดิน ศป.ปส.ชน. และ ค่ายบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่เป้าหมายเพื่อเป็นการป้องปราม ติดตามช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดเพื่อคืนคนดีสู่สังคม
– โครงการ ราษฎร์ รัฐร่วมใจ ปลอดภัยยาเสพติด เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง ส่งเสริมการเล่นกีฬาทำให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด และทำให้ประชาชนเกิดความสัมพันธ์และความร่วมมือกับหน่วย โดยดำเนินการในหมู่บ้านที่มีการเคลื่อนไหวยาเสพติด มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ,บริการตัดผม , แจกผ้าห่ม และอุปกรณ์กีฬา ดำเนินการจำนวน ๔ ครั้ง
๑) เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ ดำเนินการในพื้นที่ บ.ห้วยสะลัก ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จว.ช.ร.
๒) เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ดำเนินการในพื้นที่ บ.ผาแตก ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จว.ช.ร.
๓) เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ ดำเนินการในพื้นที่ บ.รักพนา(ใหม่สุขสันต์) ต.ตาดควัน อ.พญาเม็งราย จว.ช.ร.
๔) เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒ บ.ห้วยจะค่าน ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จว.ช.ม.
– โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ร่วมกับ องค์กร ไฮฮุย – ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมสภาพความเป็นอยู่ของหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ทำให้เกิดความร่วมมือกับ จนท.รัฐ โดยมีโครงการนำร่องในการสร้างห้องสุขา ในพื้นที่เป้าหมาย ๔ อำเภอชายแดน ของจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๒๘ ครัวเรือน ใช้งบประมาณจำนวน ๔๑๑,๐๗๖ (สี่แสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) โดยได้ส่งมอบเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ที่ผ่านมา
ซึ่งการปฏิบัติด้านกิจการพลเรือนนั้น ทำให้สามารถเพิ่มแหล่งข่าวประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเป็นโครงการซึ่งเปิดโอกาสในการเข้าปฏิบัติการด้านการข่าว สามารถเกาะติด บุคคลเป้าหมาย และเครือข่าย ที่สำคัญในพื้นที่ จนนำไปสู่การจับกุมที่สำคัญ
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ จะมุ่งมั่นแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยบูรณาการอย่างใกล้ชิดกับส่วนราชการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืน ให้ยาเสพติดหมดสิ้นไป !!

คุณ มนู พุทธิมูล
หัวหน้าข่าว ภ.5 นิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *