จังหวัดเพชรบูรณ์ออกมาตรการควบคุมผู้เดินทางเข้ามาจากทุกจังหวัด

จังหวัดเพชรบูรณ์ออกมาตรการควบคุมผู้เดินทางเข้ามาจากทุกจังหวัด


นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิท-19 ในประเทศไทยยังมีจำนวนเพิ่มขึ้น ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อโควิท-19 ได้ประกาศพื้นที่ให้จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด จึงต้องกำหนดมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิท-19 ให้สอดคล้องกับมาตรการตามข้อกำหนดซึ่งออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๔) และขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันปฏิบัติตนตามมาตรการ คำสั่ง และประกาศของจังหวัดเพชรบูรณ์โดยเคร่งครัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับมาตรการควบคุมผู้เดินทางเข้ามาจากทุกจังหวัดนั้น ผู้เดินทางเข้ามาจะต้องเป็นผู้ได้รับวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อโควิท-19 เข็มแรก มาแล้ว หรือครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด หากยังไม่ได้รับวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค จะต้องมีผลการตรวจหาเชื้อมาแล้วไม่เกิน ๗๒ ชั่วโมง ก่อนเดินทางเข้ามาให้เจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองสถานที่พัก ต้องแจ้งข้อมูลผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดเพชรบูรณ์ต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ ณ จุดคัดกรองประจำหมู่บ้านในพื้นที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน ก่อนที่ผู้เดินทางจะได้เดินทางเข้ามาในหมู่บ้านหรือชุมชน ผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องแจ้งรายงานตัวพร้อมแสดงใบรับรอง การได้รับวัคซีน หรือผลการตรวจหาเชื้อโควิท-19 มาแล้วไม่เกิน ๗๒ ชั่วโมง ให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ ณ จุดคัดกรองประจำหมู่บ้านทันที ที่เดินทางมาถึงในหมู่บ้านหรือชุมชน พร้อมกับแสดงใบรับรองการได้รับวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค หรือใบรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิท-19 ก่อนเดินทางเข้าที่พักอาศัยหรือสถานที่กักกันตัว จากนั้นให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเพชรบูรณ์กักกันตัวไว้สังเกตอาการ ๑๔ วัน หรือเท่าที่อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยการควบคุมดูแลของเจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองสถานที่พัก และอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน นับแต่วันที่เข้ามาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ณ เคหสถานหรือที่พำนักของบุคคลนั้น กรณีไม่มีเคหสถานหรือที่พำนัก หรือกรณีเคหสถานหรือที่พำนักมีผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป ให้กักกันตัว ในสถานที่ ที่หน่วยงานรัฐกำหนดให้เป็น Alternative Local Quarantine: ALQ หรือในโรงแรม รีสอร์ท หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายโรงแรมหรือรีสอร์ททุกแห่ง โดยผู้เข้าพักต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเข้าพักเอง

คุณ ศุภผล จริงจิตร
ผอ.ภ.6 นิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *