จังหวัดเชียงราย บูรณาการหน่วยกำลังร่วมปล่อยแถวออกปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563

จังหวัดเชียงราย บูรณาการหน่วยกำลังร่วมปล่อยแถวออกปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ก่อนเทศกาลวันลอยกระทงประจำปี 2563 พร้อมกันทั้ง 18 อำเภอในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 ที่ลานหน้าสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ถนนศูนย์ราชการฝั่งหมิ่น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย

โดย พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้รับผิดชอบ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกสถานีตำรวจภูธรในจังหวัดเชียงราย โดยบูรณาการร่วมกับกองกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 37 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงรายชุดนรสิงห์ ตำรวจทางหลวงเชียงราย และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 300 คน โดยการร่วมกันกำหนดพื้นที่ออกปฏิบัติการตามพื้นที่ต่าง ๆ นับแต่บัดนี้ไปถึงเทศกาลลอยกระทง ซึ่งจะมีขึ้นในคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ที่จะถึงนี้

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงราย ได้กำหนดมาตรการให้ทุกอำเภอ ทั้ง 18 อำเภอ ของจังหวัดเชียงราย ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปล่อยแถวเพื่อออกปฏิบัติการพิเศษกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท พร้อมกันทั้งจังหวัด เนื่องในช่วงเทศกาลลอยกระทงมักจะมีการก่ออาชญากรรมและสะเทือนขวัญ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ และโคมลอย

ซึ่งการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ อีกทั้งเป็นการระงับยับยั้งป้องกันเหตุอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยชุดปฏิบัติการ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในการป้องกันปราบปรามผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามข้อบังคับต่าง ๆ ผู้กระทำความผิดทางกฎหมายอาญา และยาเสพติดทุกประเภท โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายสำคัญได้แก่ อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ เช่น ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ คดีเกี่ยวกับชีวิตร่างกายและเพศ และหมายจับค้างเก่าให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปประธรรมและเข้มข้น

ตลอดจนให้มีการกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พระราชบัญญัติสุรา พระราชบัญญัติสถานบริการให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่และบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนก่อให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาต่อหน่วยงานของรัฐ

แม้ว่าในปัจจุบันหลายพื้นที่จะงดการจัดกิจกรรมเทศกาลลอยกระทง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 เช่นในเขตเทศบาลนครเชียงรายซึ่งตามปกติจะมีการจัดกิจกรรมริมฝั่งแม่น้ำกกด้วยงานประเพณีลอยกระทง แต่ปีนี้ได้งดจัดกิจกรรม รวมทั้ง การลอยกระทงตามชายแดนไทย-เมียนมา และ สปป.ลาว ที่มีร่วมกันเป็นประจำทุกปี ก็จำเป็นต้องงดไปโดยปริยาย เพราะมีการปิดพรมแดนอย่างเข้มงวด แต่ก็คาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากพากันไปลอยกระทงตามริมฝั่งตามจุดต่าง ๆ เช่น สะพานแม่ฟ้าหลวง สวนสาธารณะชุมชนเกาะลอย ฯลฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังคงต้องดูแลความเรียบร้อยเช่นเดิมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง

และขอให้ประชาชนอบอุ่นใจที่ทางราชการจะดูแลป้องกันแก้ไขภัยอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ได้อย่างเข้มแข็งและเต็มประสิทธิภาพ และขอให้เชื่อมั่นที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังและหากพบเห็นการกระทำความผิดหรือก่ออาชญากรรม แจ้งที่สายด่วน 191 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

คุณ มนู พุทธิมูล
หัวหน้าข่าว ภ.5 นิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *