สภาเอสเอ็มอี นำกลุ่มสมาคมเหล็กยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมาย AD/AC ส่งผลกระทบ 3,000 กิจการต้องปิดตัวลง ส่งผลการจ้างงาน 1 หมื่นราย เร่งหามาตรการเยียวยา SMEs

สภาเอสเอ็มอี นำกลุ่มสมาคมเหล็กยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมาย AD/AC ส่งผลกระทบ 3,000 กิจการต้องปิดตัวลง ส่งผลการจ้างงาน 1 หมื่นราย เร่งหามาตรการเยียวยา SMEs


วันที่ 4 ตุลาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ๑๑๑๑ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรุณัฐ ปุณยกนก รองประธานและเลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) พร้อมด้วย นายเบญจพงษ์ โล่ห์ชิตกุล รองประธานสภาเอสเอ็มอีและนายกสมาคมเหล็กลวด และนายพันธนวุฒิ ถิ่นคำแบ่ง กรรมการสภาเอสเอ็มอีและนายกสมาคมการค้าผู้ผลิตหลังคาเหล็กไทย ร่วมกับผู้ประกอบการ SMEs จำนวนหนึ่งเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ชะลอการบังคับใช้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ออกไปก่อน
ทั้งนี้ ขอให้พิจารณากำหนดมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบและระเบียบปฏิบัติต่างๆ ให้ครบถ้วนรอบด้านก่อน โดยมีคุณพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

นายอรุณัฐ ปุณยกนก กล่าวว่า สภาเอสเอ็มอีได้รับเรื่องร้องเรียนจากภาคีเครือข่ายสภาเอสเอ็มอีที่เป็นสมาคมเหล็กทั้ง 5 สมาคม จึงนำทั้งหมดมายื่นหนังสือในวันนี้ เพื่อสะท้อนให้รัฐบาลทราบว่ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการออกกฎหมายนี้กว่า 3,000 กิจการ และกระทบไปถึงการจ้างงานกว่า 100,000 ราย (ครอบครัว) และส่งผลกระทบไปถึงผู้บริโภคลำดับสุดท้ายด้วย

ด้านนายพันธนวุฒิ ถิ่นคำแบ่ง กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมาย AD/AC ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหลังคาเหล็กที่มีกว่า 1,500 โรงงาน อยากให้มีมาตรการเรื่องการกำหนดมาตรฐานสินค้าทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่าการที่อุตสาหกรรมภายในมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในประเทศหากไม่นำเข้าจะนำเหล็กที่ไหนมาใช้งาน

ทางด้าน เบญจพงษ์ โล่ห์ชิตกุล กล่าวว่า ในส่วนของอุตสาหกรรมเหล็กลวดต้องการให้มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มิใช่ระบุว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจเกิดความไม่เป็นธรรมได้ หากกฎหมายนี้ทำให้เจ้าของกิจการต้องปิดกิจการลงจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน ภาพรวมของเศรษฐกิจ และผู้บริโภค !!

ขอขอบคุณ
คุณ สมชาย จรรยา
อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย
เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *