คุณ ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ พาตะลุยตลาด วันจ่ายวันสารทเดือนสิบครั้งแรก ที่สงขลาไม่คึกคักแต่ไม่เงียบเหงา ประชาชนออกมาซื้อขนมเดือนสิบ เตรียมใช้ทำบุญในวันสารทเดือนสิบบุญแรก แบบประหยัด

คุณ ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ พาตะลุยตลาด วันจ่ายวันสารทเดือนสิบครั้งแรก ที่สงขลาไม่คึกคักแต่ไม่เงียบเหงา ประชาชนออกมาซื้อขนมเดือนสิบ เตรียมใช้ทำบุญในวันสารทเดือนสิบบุญแรก แบบประหยัด ขณะที่ราคาขนมต้มปีนี้ราคาคงเดิมร้อยละ400 บาท รวมทั้งขนมเดือนสิบก็ยังขายราคาเดิม แม้ว่าวัตถุดิบในการผลิตจะปรับราคาสูงขึ้นก็ตาม

วันนี้ (2 ก.ย.63) บรรยากาศวันจ่ายวันสารทเดือนสิบครั้งแรกที่ จ.สงขลา ไม่คึกคักแต่ไม่ถึงกับเงียบเหงา โดยเฉพาะที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า อ.เมือง จ.สงขลา ประชาชนได้ออกไปจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบไม่มากและซื้อแบบประหยัด เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจการทำบุญเดือนสิบครั้งที่ 2 มากกว่าซึ่งถือเป็นการทำบุญใหญ่คือ วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2563 อีกทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงโควิด-19 สภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องใช้จ่ายแบบประหยัดและออกมาจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ในวันนี้บรรดาแม่ค้านำขนมเดือนสิบมาวางจำหน่ายให้ประชาชนได้เลือกซื้อเป็นจำนวนมาก ทั้งขนมลา ขนมต้ม ขนมเจาะหู ขนมพอง ขนมบ้าและขนมเทียนเพื่อเตรียมนำไปใช้ในการทำบุญวันสารทเดือนสิบบุญแรกที่วัดในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ย.63)

อย่างไรก็ตาม สำหรับราคาขนมเดือนสิบในปีนี้ขนมต้มราคาคงเดิมร้อยละ400 บาท ขนมเดือนสิบก็ยังขายราคาเดิม แม้ว่าวัตถุดิบในการผลิตจะปรับราคาสูงขึ้นก็ตาม โดยเฉพาะน้ำตาล แป้ง และมะพร้าว โดย ขนมเจาะหู ราคาขายร้อยละ 120 บาท ขนมต้มร้อยละ 400 บาท ขนมเทียนอันละ 4 บาท ขนมพอง ชิ้นละ 4 บาท และขนมลากิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งยังคงเป็นราคาเดิม สำหรับราคาผลไม้ องุ่นไร้เมล็ด กก.ละ 100 บาท บาท ลองกอง กก.ละ 50 – 60 บาท แอปเปิล 35 บาท
สำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช เริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2466 เป็นต้นมา ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อซึ่งมาจากทางศาสนาพราหมณ์โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนา (ปุพฺพเปตพลี) ซึ่งเข้ามาในภายหลัง
โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชน และญาติที่ล่วงลับ ซึ่งได้รับการปล่อยตัวมาจากนรกที่ตนต้องจองจำอยู่เนื่องจากผลกรรมที่ตนได้เคยทำไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจะเริ่มปล่อยตัวจากนรกภูมิในวันแรม 1 ค่ำเดือน 10 เพื่อมายังโลกมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ในการมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้อง ที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ก็จะกลับไปยังนรก ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10
ช่วงระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรมของประเพณีสารทเดือนสิบจะมีขึ้น 2 ครั้ง คือ ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 10 และวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 ของทุกปี แต่สำหรับวันที่ชาวใต้มักจะนิยมทำบุญกันมาก จะเป็นการทำบุญครั้งที่ 2 ถือเป็นการทำบุญใหญ่คือ วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10

คุณ ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ ผอ.ภ.9 นิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *