ตำรวจท่องเที่ยว รวบตัวคนร้ายลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ประโยคเดียวที่พูดได้ “ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ”จับได้ครั้งที่ 4 !!

ตำรวจท่องเที่ยว รวบตัวคนร้ายลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ประโยคเดียวที่พูดได้ “ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ”จับได้ครั้งที่ 4 !!

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม2562 เวลา 14.00 น.
กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ธัญญาพาร์ค ถนนศรีนครินทร์ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. เป็นประธานแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวบนรถโดยสารนำเที่ยว (ทัวร์30)โดยมีพล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึงรองผบช.ทท.พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์
ผบก.ทท. 1 พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รองผบก.ทท.1 และพ.ต.อ.เกื้อกมล ดวงประทีป ผกก.1บก.ทท.1ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงาน

เหตุเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกก.1ทท.1 ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันว่าบัตรเครดิตจำนวน 2 ใบได้หายไประหว่างโดยสารรถทัวร์จากเกาะพะงันมายังกรุงเทพฯและต่อรถทัวร์ไปยังเสียมเรียบจนทราบภายหลังว่าถูกนำไปใช้จำนวน 6 ครั้งรวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 100,000บาทผู้บังคับบัญชาจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวนกก. 1 บก.ทท. 1 ออกสืบสวนหาข่าวและรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้กระทั่งนำไปสู่การจับกุมนายธวัชรัตน์หรือพิธาวัชร์หรือประสิทธิ์หรืออนุชิต ฝ้ายเพชรหรืออัครฐิติวีรกุลอายุ 57 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีในความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดสามารถจับกุมได้ที่บริเวณแมนชั่นแห่งหนึ่งย่านบางอ้อกรุงเทพฯพฤติการณ์การก่อเหตุจะทำเป็นขบวนการโดยมีพนักงานประจำรถโดยสาร(ทัวร์30) ถือโอกาสขณะนักท่องเที่ยวเผลอจะรอดตัวไปยังช่องพิเศษซึ่งได้เจาะไว้แล้วไปยังห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถแล้วลงมือก่อเหตุลักทรัพย์สินหรือหากเป็นรถโดยสารปกติจะอาศัยช่วงที่นักท่องเที่ยวอยู่ห่างจากกระเป๋าสัมภาระหรือเผลอตัวหรือนอนหลับจะลงมือลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเช่นเงินสดและบัตรอิเล็กทรอนิกส์จากนั้นพนักงานประจำรถจะส่งต่อให้กับนายธวัชรัตน์นำบัตรมารูดซื้อสินค้าราคาแพงตามห้างสรรพสินค้าต่างๆก่อนนำสินค้าที่ได้มาทั้งหมดไปขายต่อแลกเป็นเงินสดกับมาเพื่อนำมาแบ่งกันซึ่ง นายธวัชรัตน์เคยก่อเหตุลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้งหลายพื้นที่เคยต้องหาคดีความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ลักทรัพย์และรับของโจรโดยศาลพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว 2 ครั้งที่เรือนจำกลางจังหวัดนครราชสีมาและเรือนจำกลางจังหวัดภูเก็ตและยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นเอาไปเสียซึ่งเป็นเอกสารของผู้อื่นและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าแทนเงินสดโดยมิชอบซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัวและหลบหนีศาลอีกด้วย โดยอัตราโทษในข้อหาลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นคือต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่1ปีถึง 7 ปีและปรับ 20,000 ถึง 140,000 บาท และอัตราโทษในข้อหาใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือนี่อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดคือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน10ปีหรือปรับไม่เกิน200,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามหาผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *