“บิ๊กโจ๊ก”ผู้ช่วย ผบ.ตร.สั่งดำเนินคดีเด็ดขาดผู้ต้องหาหลอกลวงต่างด้าวอายุ 17 ปี ไปข่มขืน!!

“บิ๊กโจ๊ก”ผู้ช่วย ผบ.ตร.สั่งดำเนินคดีเด็ดขาดผู้ต้องหาหลอกลวงต่างด้าวอายุ 17 ปี ไปข่มขืน!!

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 1 เม.ย.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุ นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สัญชาติเมียนมา ถูกคนขับรถแท็กซี่อ้างชื่อคนอื่นหลอกว่าจะพาไปสมัครงาน ก่อนพาเข้าม่านรูดและข่มขืนกระทำชำเรา หลังก่อเหตุคนขับแท๊กซี่ดังกล่าวพาไปส่งตำรวจเพื่อแจ้งจับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมืองนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร.และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร.ให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุดังกล่าวโดยเร่งด่วนตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

วันที่ 23 เม.ย.65 ที่ สน.หัวหมาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร.ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก โดยจากการสอบสวนผู้เสียหายร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและล่ามแปลภาษาแล้วได้ทราบว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้คือ นายอดิเรก แซ่แบ๊ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 10 ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ โดยมีพฤติการณ์ในคดีคือ ก่อนเกิดเหตุประมาณเดือน มี.ค.65 ผู้เสียหายได้ให้น้าสาวของตนซึ่งพูดและอ่านภาษาไทยได้ ช่วยโพสต์หางานผ่านทางเฟซบุ๊กของตน ก่อนจะมีเฟซบุ๊กของผู้ต้องหาซึ่งใช้ใบหน้าและชื่อของผู้อื่นทักมาว่าต้องการรับเข้าทำงาน และจะให้รถแท็กซี่ไปรับผู้เสียหายจนกระทั่งน้าสาวของผู้เสียหายหลงเชื่อ

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เม.ย.65 นายอดิเรกฯ ได้ขับรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทฬ-8744 กทม.มารับผู้เสียหายจากที่พัก โดยหลอกว่าจะพาไปพบนายจ้าง น้าสาวได้ให้ผู้เสียหายขึ้นรถไปเพียงคนเดียว แทนที่ผู้ต้องหาจะพาไปพบนายจ้างตามที่กล่าวอ้าง กลับพาออกไปที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในซอยอินทมาระ 31 อ้างว่าจะพาไปตรวจ ATK และบอกให้ผู้เสียหายพักรออยู่ภายในห้องในโรงแรมดังกล่าว ก่อนที่นายอดิเรกฯ จะกลับมาอีกครั้งประมาณ 21.30 น.โดยจับผู้เสียหายใส่กุญแจมือและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจำนวน 3 ครั้ง มีการถ่ายภาพขณะข่มขืนกระทำชำเราเก็บไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ และยังได้ลักเอาโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่องและเงินสด 500 บาทของผู้เสียหายไปอีกด้วย หลังจากก่อเหตุดังกล่าว นายอดิเรกฯ ได้ขับรถพาผู้เสียหายไปส่งที่สน.คลองตัน โดยแจ้งตำรวจให้จับกุมตัวผู้เสียหาย เนื่องจากเป็นบุคคลต่างด้าวที่ไม่พกพาหนังสือเดินทาง ก่อนขับรถออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน ได้จัดหาล่ามแปลภาษามาและสอบถามจากผู้เสียหายเบื้องต้น จึงได้ทราบว่า ผู้เสียหายถูกนายอดิเรกฯ หลอกไปข่มขืนก่อนมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และได้พาไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบดังกล่าว

ต่อมา เมื่อวันที่ 8 เม.ย.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร.ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมาก นำหมายจับศาลอาญาที่ 685/2565 ลงวันที่ 8 เม.ย.65 เข้าทำการจับกุมนายอดิเรก แซ่เบ๊ ได้บริเวณแขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน “พรากผู้เยาว์อายุเกินกว่า สิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้กระทำโดยให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืน, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น, มีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า นายอดิเรก ผู้ต้องหารายนี้ มีพฤติการณ์ในการหลอกลวงผู้หญิงที่เป็นบุคคลต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทาง โดยอ้างว่าสามารถพาไปทำงานได้ ก่อนจะหลอกพาเข้าโรงแรมอ้างว่าเพื่อตรวจ ATK และให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายหรือกระทำอนาจาร และจากการสืบสวนเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมอีก

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า “คดีนี้คนร้ายถือโอกาสที่เหยื่อเป็นบุคคลต่างด้าวที่ต้องการหางานทำ หลอกลวงว่าจะพาเหยื่อไปสมัครงานก่อนจะพาเข้าโรงแรมไปข่มขืนโดยโดยการใส่กุญแจมือ ซึ่งผู้เสียหายเองยังเป็นเยาวชนและมีข้อจำกัดทางภาษา ประกอบกับผู้ปกครองซึ่งเป็นน้าสาวของผู้เสียหายหลงเชื่อผู้ต้องหา จึงปล่อยให้ผู้เสียหายขึ้นรถไปด้วย จึงอยากจะขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับการช่วยกันดูแลบุตรหลานของตน มิให้ตกเป็นเหยื่อจากการล่วงละเมิดทางเพศ ระมัดระวังในการมอบความดูแลเด็กและเยาวชนให้กับบุคคลอื่น เพื่อมิให้เกิดเหตุสะเทือนใจเช่นนี้อีก รวมทั้งการหางานผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการหลอกลวงหลายรูปแบบที่มีตัวอย่างเกิดขึ้นให้เห็นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงแอบอ้างบุคคลอื่นแล้วพาผู้เสียหายไปกระทำอนาจาร หรือการหลอกลวงไปทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ จึงอยากจะขอให้มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลที่รับสมัครงานอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสหลอกลวงสร้างความเสียหายให้กับประชาชน”

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ได้ทราบถึงการดำเนินการและการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลมายัง ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) โดยตรง ช่องทางสายด่วน 1599 หรือ www.humantrafficking.police.go.th หรือ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/TICAC2016 หรือ LineOA: @HUMANTRAFFICKTH หรือ TWITTER: @safe_dek หรือช่องทางใหม่ล่าสุดคือ การสแกน QRCODE เพื่อกรอกแบบฟอร์มในการแจ้งเหตุและเบาะแสการกระทำผิดดังกล่าวเพื่อแจ้งเบาะแสในการปราบปรามการกระทำผิดต่อไป

คุณ สมบัติ ผลกิจ
วีคลี่นิวส์ ออนไลน์ รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น