“บิ๊กอ้อ”ผบช.ภ.6 เป็นประธานแถลงข่าวจับกุมการจับกุมขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามผิดกฏหมาย !!

“บิ๊กอ้อ”ผบช.ภ.6 เป็นประธานแถลงข่าวจับกุมการจับกุมขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามผิดกฏหมาย !!

จากนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ฯ ได้มอบนโยบายปราบปรามการ และลักลอบค้าอาวุธ มายังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 โดย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6
และในวันนี้ 6 เม.ย.65 เวลา 11.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคาร ภ.จว.ตาก พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 เดินทางมาแถลงผลปฏิบัติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงษ์ รอง ผบช.ภ.6, รอง ผบก.สส. ภ.6 และรอง ผบก.​ในสังกัด​ ภ.จว. ตาก, ผกก.ในสังกัด ภ.จว.ตาก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดย นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารโดย พ.อ.กฤษณ์ กิตยาธิวัฒน์ เสนาธิการกองกำลังนเรศวร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามผิดกฏหมาย
สืบเนื่องจากหน่วยการข่าวของชุดปราบปรามอาชญากรรม ภ.6 ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบค้าอาวุธสงครามในเขต 5 อำเภอแนวชายแดนของจังหวัดตาก โดยใช้วิธีการอำพราง ลักลอบส่งอาวุธสงครามผ่านบริษัทขนส่งของเอกชน จึงได้รายงานให้กับ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 ทราบ และ ผบช.ภ.6 จึงได้สั่งการให้ชุดปราบปรามอาชญากรรมตำรวจภูธรภาค 6 ประสานการปฏิบัติกับ สภ.ท่าสองยาง, สภ.แม่ระมาด ได้บูรณาการร่วมกัน โดยร่วมกับทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ หลังจากได้รับทราบข้อสั่งการแล้ว สภ.ท่าสองยาง และ สภ.แม่ระมาด ได้ลงพื้นที่
ตรวจสอบบริษัทขนส่งของเอกชนทุกแห่งในพื้นที่รับผิดชอบ และได้ประสานกับทาง
พนักงานของบริษัทฯ ว่าหากมีสินค้าหรือพัสดุต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
โดยต่อมาเมื่อวันที่ 4 เม.ย.65 ช่วงสาย ทางสภ.ท่าสองยาง ได้รับการประสานจากบริษัทขนส่งเอกชน เจแอนด์ที เอ็กเพรส สาขาท่าสองยาง ว่ามีพัสดุต้องสงสัย เจ้าน้าที่ตำรวจจึงได้รีบนำกำลังไปตรวจสอบ โดยหลังจากการตรวจสอบได้พบว่า ภายในกล่องพัสดุเป็นปืนอาวุธสงครามปืนอาก้า จำนวน 5 กระบอก จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล จนสามารถจับกุมตัว นายซออ่องซาทุยฯ ซึ่งยอมรับว่าพัสดุดั่งกล่าวเป็นของตนเอง และมีความผิดในข้อหา “มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในความครอบครองได้” โดยผิดกฎหมาย และเป็น “บุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ตามมาตรา 4, 7, 55, 72,78, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2501 มาตรา 3, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2522 มาตรา 4, 6, 7, 8 คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลง 21 ต.ค. 2519 ข้อ 6, ป.อาญา มาตรา 32 ( จำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต ) และ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 11, 12 (1), 18, 58, 62 และ 81 ( จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ) ซึ่งพัสดุดังกล่าวได้ถูกส่งมาใน ชื่อนางสาว บี นามสมมุติ อยู่บ้านเลขที่ 453 ม.6 บ้านหนองบัว ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จว.ตาก เป็นผู้รับพัสดุ จากการซักถามนายซออ่องซาทุยฯ ให้การว่านายปุเซ ไม่มีชื่อสกุล เป็นชาวเมียนมาร์ เป็นผู้จัดหา ติดต่อสั่งซื้อ ส่งพัสดุดังกล่าวมาให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยางจึง ได้บูรณาการร่วมกับ ตชด.344, ทหารพราน 3504 และฝ่ายปกครอง ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอดที่ 51/2565 วันที่ 4 เม.ย. 65 ไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 453 ม.6 ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยมีนายซออ่องซาทุยฯ เป็นผู้ต้องหา (ผู้เช่า) เป็นผู้นำตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบกล่องพัสดุอีกจำนวน 3 กล่อง ถูกส่งมาจากจังหวัดกรุงเทพฯ ภายในเป็นอาวุธปืนจำนวนหลายชนิด ได้แก่
1.อาวุธปืนกลเบา ยี่ห้ออูซี่ จำนวน 1 กระบอก
2.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 4 กระบอก
3.แม็กกาซิน ขนาด 9 มม. จำนวน 8 อัน
4.แม็กกาซีน ขนาด 5.56 บรรจุ 30 นัด จำนวน 14 อัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดีนี้ นอกจากนั้น จากการสืบสวนทราบว่า ยังมีพัสดุอีกจำนวนหนึ่งถูกส่งไปที่ขนส่ง บริษัท เจแอนด์ที เอ๊กเพรส สาขาแม่ระมาด สภ.ท่าสองยาง จึงได้ประสานไปยังชุดสืบสวน สภ.แม่ระมาด ให้เข้าทำการตรวจสอบ จาก
การตรวจสอบพบว่ากล่องพัสดุต้องสงสัยยังไม่มีผู้มารับ ชุดสืบสวน สภ.แม่ระมาด จึงได้วาง
กำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณโดยรอบ จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นาน ได้มีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซสุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บน 5695 ตาก ขับขี่เข้ามาบริเวณหน้าบริษัทฯ จากการสังเกตุภายในรถ มีชายฉกรรจ์จำนวน 3 คน มาติดต่อขอรับพัสดุดังกล่าว ชุดสืบสวนจึงเข้าแสดงตัวขอทำการตรวจค้นกล่องพัสดุ พร้อมทั้ง 3 คน                               ผลการตรวจค้นพบ
1.อาวุธปืนยาวอาก้า จำนวน 7 กระบอก พร้อมซองกระสุน
2.ซองบรรจุกระสุนปืน บรรจุ 30 นัด จำนวน 4 ซอง จึงได้ทำการตรวจยึดของกลาง และจับกุมตัวทั้งสามคน ได้แก่
ผู้ต้องหาที่ 1 นายภูดิศฯ
ผู้ต้องหาที่ 2 นายวาฯ
ผู้ต้องหาที่ 3 นายโพ แหล่ แหล่ฯ
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่อง กระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 55, 72,78, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2501 มาตรา 3, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2522 มาตรา 4, 6, 7, 8 คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลง 21 ต.ค. 2519 ข้อ 6, ป.อาญา มาตรา 32, 83 และ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 11,
12 (1), 18, 58, 62 และ 81
จากการตรวจสอบสถานะบุคคลของทั้ง 3 คน ยังพบว่า นายโพ แหล่ แหล่ฯ เป็นคนต่างด้าวลักลอบเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “เป็นคน
ต่างด้าวลักลอบเข้ามาและอยู่ในประเทศไทย โดยผิดกฎหมาย” พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 11, 12 (1), 18, 58, 62 และ 81 และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาที่ 1 กับ 2 ว่า “ร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเพื่อให้บุคคลต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 รวมของกลางที่ตรวจยึดได้จากทั้ง 2 คดี
1.อาวุธปืนอาก้า 47 จำนวน 12 กระบอก พร้อมแม๊กกาซีน
2.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 4 กระบอก
3.แม็กกาซิน ขนาด 9 มม. จำนวน 8 อัน
4.แม็กกาซีน ขนาด 5.56 บรรจุ 30 นัด จำนวน 18 อัน
ขณะนี้ทั้ง 2 คดีอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิดต่อไป
(ของกลาง สภ.ท่าสองยาง)
1.อาวุธสงครามอาก้า จำนวน 5 กระบอกพร้อมซองกระสุน
2.อาวุธปืนกลเบา ยี่ห้ออุซี่ จำนวน 1 กระบอก
3.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 4 กระบอก
4.แม็กกาซิน ขนาด 9 มม. จำนวน 8 อัน
5.แม็กกาซีน ขนาด 5.56 บรรจุ 30 นัด จำนวน 14 อัน
(ของกลาง สภ.แม่ระมาด)
1.อาวุธปืนยาวอาก้า จำนวน 7 กระบอก พร้อมซองกระสุน
2.ซองบรรจุกระสุนปืน บรรจุ 30 นัด จำนวน 4 ซอง

คุณ สมบัติ ผลกิจ
วีคลี่นิวส์ ออนไลน์
ที่มาข้อมูลข่าวสาร

คุณ ศุภผล จริงจิตร
ผอ.ภ.6 นิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น