พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.แถลงผลความคืบหน้าคดีสำคัญในห้วงเวลาที่ผ่านมา 3 คดี

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.แถลงผลความคืบหน้าคดีสำคัญในห้วงเวลาที่ผ่านมา 3 คดี

เมื่อเวลา 10:30 น.วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ณ ห้องประชุมปารุสกวัน 2 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร. สบ.8 ,พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 ,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 ร่วมลงแถลงผลความคืบหน้าในการปฏิบัติการของคดีสำคัญในห้วงเวลาที่ผ่านมา 3 คดี ดังนี้

1.คดีแก๊งค์ทวงหนี้ สน.ทองหล่อ
สรุป ความคืบหน้าของคดีที่ สน.ทองหล่อ ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 16 ราย จับได้แล้ว 9 ราย – ยังหลบหนี 7 ราย นอกจากนี้แล้ว ผบช.น. เปิดเผยข้อมูลจากการตรวจสอบคดีที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมในพื้นที่ บก.น.5 พบว่าในพื้นที่ สน.ลุมพินี เคยมีการแจ้งความให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคดีที่เกิดขึ้นที่ สน.ทองหล่อ คือ การทวงหนี้การซื้อขายถุงมือยางระหว่างชาวต่างประเทศ โดยจากคำให้การของผู้เสียหาย กลุ่มคนร้าย ประกอบชาวไทยและชาวต่างชาติ ประมาณ 4-5 คน เดินทางมายังบ้านของผู้เสียหายภายในซอยสุขุมวิท 11 โดยพาคนกลางในการติดต่อซื้อขายมาด้วย พร้อมกับทำร้ายบุคคลดังกล่าว และข่มขู่ให้ผู้เสียหายฯ ตกใจกลัว บังคับให้โอนเงิน ด้วยความกลัวว่าจะเกิดอันตรายจึงได้โอนเงินไป 790,000 บาท หลังจากนั้น กลุ่มคนดังกล่าวก็ยังคอยข่มขู่ผ่านทางไลน์ โทรศัพท์ เพื่อจะเอาเงินส่วนที่ยังคงค้างอยู่
จากข้อมูลเบื้องตันทราบว่า 1 ในกลุ่มคนร้าย คือ นายไมเคิล หรือ ไมค์ กรีนเบิร์ก หนึ่งในผู้ต้องหาคดีที่ สนทองหล่อ ซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ ทาง สน.ลุมพินี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ ซึ่งศาลอนุมัติออกหมายจับ จำนวน 6 คน เป็นชาวไทย 2 คน ชาวต่างชาติ 4 คน (เป็นหมายจับจากภาพวงจรปิด 1 คน) จับกุมได้แล้ว 3 ราย คงเหลือ 3 ราย ดังนี้ ซึ่งทุกรายล้วนเป็นผู้ต้องหา
ตามหมายจับในคดีที่ สน.ทองหล่อ อีกด้วย

2.คดีนักมวยถูกกรรโชกทรัพย์ สน.พญาไท
จากความคืบหน้า ของคดีนักมวยถูกรีดเงิน ในท้องที่ สน.พญาไท ตามที่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 20:00 น. นายพัทรพล ฯ อายุ 23 ปี ได้เดินทางมายัง สน.พญาไท เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลจำนวน 6 คน ที่มีลักษณะคล้ายตำรวจ ในข้อหา ร่วมกันใช้อำนาจตำแหน่งโดยมิชอบ, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น ร่วมกันข่มขืนใจหรือขู่เข็ญผู้อื่น ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายร่างกายนั้น หลังจากที่ สน.พญาไท ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าว ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 และ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อพิสูจน์ทราบผู้กระทำความผิด โดยมีความคืบหน้าเพิ่มเติม ดังนี้ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.1ได้ทำการสืบสวนพบว่า กลุ่มของผู้ต้องสงสัยคือ นายสมเจตน์ ฯ หรือ โอ๊ต สวัสดี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และจากการชักถาม นายพัทรพล ฯ ผู้เสียหาย พบว่าในกลุ่มของ นายสมเจตน์ ๆ หรือโอ๊ต มีบุคคลชื่อว่า “รส” เป็นเพื่อนสนิทกับ นายสมเจตน์ ฯ หรือโอ๊ต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึง สงสัยว่า นายณัฐวุฒิ ฯ หรือรส จันทุรส เป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้นำภาพของ นายณัฐวุฒิ หรือรสฯ ให้ นายพัทรพล ฯ (ผู้เสียหาย) และ นายพชรดนัย ฯ (พี่ชายผู้เสียหาย) ทั้งสองคนจึงยืนยันว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่ทำการก่อเหตุจริง
จากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ นายสมเจตน์ ฯ และ นาย ณัฐวุฒิ ฯ ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ ตามหมายจับที่ 839/2564
และ 840/2564 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ในข้อหา ร่วมกันกรรโซกทรัพย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด และไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 18:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท โดยการนำของ พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเลขา ผกก.สน.พญาไท และ พ.ต.ท.ทิพากร แก้วเปล่ง รอง ผกก.สส.สน.พญาไท ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายสมเจตน์ ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ และนำตัวมาสอบสวนที่ สน.พญาไท จากการสอบปากคำเบื้องต้นนายสมเจตน์ ” ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามผู้กระทำความผิดรายอื่นมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

3.คดีน้องฟลุ๊คเสียชีวิต พื้นที่ สน.ดินแดง
จากความคืบหน้าเหตุน้องฟลุ๊ค เสียชีวิตระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจไล่จับกุม ในพื้นที่ สน.ดินแดง เนื่องด้วยเหตุดังกล่าวได้ปรากฏในภาพข่าว และสื่อโซเชี่ยลต่างๆ จากกรณีเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจไล่จับกุมรถจักรยานยนต์ซ้อนสาม และเป็นเหตุให้มีเหตุรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันล้มลง โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและ
เสียชีวิต ได้มีการตั้งข้อสงสัยถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมากนั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.รัฐชัย ศรีวิชัย ผกก.สน.ดินแดง รายงานข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว พร้อมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จาก
การตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 02:15 น.สถานที่เกิดเหตุ บริเวณถนนวิภาวตีขาเข้า มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร มี
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนผู้ชับขี่รถจักรยานยนต์ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 ขจ 6680 กทม. ได้รับบาตเจ็บทั้ง 3 คน (ต่อมาได้เสียชีวิตที่ รพ.ราชวิถี 1 คน ทราบชื่อภายหลังคือน้องฟลุ๊ค
ผบช.น. พร้อมด้วย ผบก.น.1 และ ผกก.สนดินแดง ได้ร่วมกันขี้แจงสาเหตุ ที่ รถจักรยานยนต์ลัมลงทั้งสองคัน โดยตามวันเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สนดินแดง จำนวน 2 นาย ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน
เขตพื้นที่รับผิดชอบ พบวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ ข้อน 3ไม่สวมหมวกกันนิรภัย ขับจากสวนป่าวิภาวดี มาตาม
ถนนวิภาวดี มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ประกอบกับ
ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นยามวิกาล จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจติดตามไป และเรียกให้วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ยอมหยุด กลับเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขับตาม โดยเรียกให้หยุดและส่องไฟฉาย พร้อมทั้งบีบแตรให้สัญญาณ เป็นระยะเวลาหลายนาทีแต่ผู้ขับขี่ไม่
ยอมหยุด เมื่อขับมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้ขับรถในลักษณะเบี่ยงเข้ามาหารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเกิดเสียหลัก ทำให้รถจักรยานยนต์ของวัยรุ่น และรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจล้มลง (รายละเอียดตามคลิปจากกล้องประจำตัวสายตรวจ ที่ได้เปิดระหว่างการขี้แจง) เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และ
น้องพลุ๊ค เสียชีวิตในเวลาต่อมา
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมีบุคคลภายนอกผู้เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามา
ดูขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น พบของวัตถุลักษณะคล้ายกัญชา, อุปกรณ์การเสพ, มีดทำครัว บริเวณที่เกิดเหตุ จึงได้ส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป โดยสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพยานบุคคลภายนอกที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคันพบของกลางจำนวน 4 ปาก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานอื่น ๆ ประกอบสำนวนการสอบสวนในส่วนที่ทางผู้ปกครองยังติดใจเรื่องความล่าช้าในการแจ้งเหตุการเสียชีวิตให้ผู้ปกครองทราบ
นั้น ผบขน ได้สั่งการให้ ผบก.น.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยยืนยันว่า หากเป็นความบกพร่อง
ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะต้องพิจารณาข้อบกพร่องตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาในโอกาสนี้ด้วย
ทาง บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด – 19 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่ได้ทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *