บิ๊กอู๊ด ผบช.สตม.พร้อมด้วย รอง ผบช.สตม.,ผบก.ตม.และชุดปฏิบัติการ ร่วมลงแถลงผลการปฏิบัติการ 4 คดี !!

บิ๊กอู๊ด ผบช.สตม.พร้อมด้วย รอง ผบช.สตม.,ผบก.ตม.และชุดปฏิบัติการ ร่วมลงแถลงผลการปฏิบัติการ 4 คดี !!

เมื่อเวลา 10:30 น.วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ณ.ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร สตม.ท่าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย ท่าน พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม.,ท่าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.,ท่าน พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,ท่าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3 ,ท่าน พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม.ร่วมลงแถลงผลการปฏิบัตการ 4 คดี ดังนี้

1) รวบ…ม้าถอนเงิน แก๊งโรแมนซ์สแกม พบกดเงินหลายล้านบาท !
☆ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สมคะเน โพธิ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม.
สั่งการให้ กก.4 บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.นนท์สมรรถ โบว์สุวรรณ, ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล, ร.ต.อ.โกเมน วรรณบวร, ร.ต.ท.วิภู อิทธิมลกุล, ร.ต.ท.รณกฤต เกษสังข์, ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์, ส.ต.อ.ประพล ทิพย์สิงห์, ส.ต.ท.กิตติวัฒน์ จิตต์เที่ยง, ส.ต.ท.ศุภวัชร เขตรใหญ่, ส.ต.ต.หญิง วรรณา ช้างศิลา
ร่วมกันจับกุมม้าถอนเงินกลุ่มคดีโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) คือ น.ส.ชมพูนุทฯ หรือ เมย์ อายุ 24 ปี จับกุมได้ที่ หน้าตู้กดเงินสดธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนนวมินทร์ 36 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
โดยมีพฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ว่าถูกคนร้ายหลอกลวงเป็นชาวต่างชาติ โดยอ้างว่าจะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในประเทศไทย และจะส่งสิ่งของมีค่ามาให้ ผู้เสียหายจำนวนมาก ต่อมา ได้มีกลุ่มคนร้ายซึ่งได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่ง ได้ติดต่อมายังผู้เสียหายเพื่อแจ้งความขัดข้องในการนำส่งสินค้า และได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีที่เปิดรอไว้ เพื่อชำระค่าภาษีอากรต่างๆ ในการนำสินค้าดังกล่าวออกจากคลังสินค้า และหลอกลวงให้มีการโอนเงินเพิ่มเติมไปยังบัญชีของคนร้ายอีกหลายครั้ง เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา และได้ประสานมายัง ศปชก.สตม. และ กก.4 บก.สส.สตม. และได้รับรับการประสานงานจากธนาคารไทยพาณิชย์ว่า มีผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้โอนเงินในลักษณะนี้ เป็นจำนวนมาก ชุดสืบสวนฯ จึงได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขอตรวจสอบกล้องวงปิดบริเวณจุดถอนเงินของธนาคาร และบริเวณใกล้เคียง โดยสืบทราบจนพบที่พักของม้าถอนเงินอยู่ที่ คอนโดลุมพินี พาร์ค นวมินทร์ – ศรีบูรพา จึงจัดกำลังเฝ้าจุดติดตาม เมื่อวันที่ 4 ก.พ.63 จนพบ น.ส.ชมพูนุท หรือเมย์ อายุ 24 ปี กำลังนำบัตรเอทีเอ็มไปกดถอนเงินสด จึงได้ตรวจสอบพบของกลางบัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ของผู้อื่น จำนวน 2 ใบ สอบสวนขยายผลทราบว่า ทำหน้าที่นำบัตรเอทีเอ็มไปกดถอนเงินสดให้กับแก๊งโรแมนซ์สแกมตามคำสั่งการของกลุ่มคนผิวสีชาวไนจีเรียชื่อ นายเอ็มมิโล่ หรือ นายชิเนดู (ถูกจับกุมคดีจำหน่ายยาอี 7,860 เม็ด เมื่อ 22 ม.ค.63 โดย บช.ปส.) และนายป๊ะป๋าฟาเบรียน (ไม่ทราบชื่อจริง) โดย น.ส.ชมพูนุช ทำมาแล้วประมาณ 3-4 เดือน ถอนเงินมาแล้วจำนวนหลายล้านบาท เมื่อถอนเงินจะได้ส่วนแบ่งประมาณ 5-6 เปอร์เซ็นต์ แล้วนำเงินสดส่วนที่เหลือฝากต่อเข้าบัญชีตามที่ได้รับแจ้งผ่านตู้รับฝากเงินอัตโนมัติ เมื่อตรวจสอบและขยายผลแล้ว พบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ น.ส.ชมพูนุชฯ จำนวนหลายรายการ จึงได้จับกุมและส่งให้ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์,มีไว้เพื่อใช้และใช้บัตร
อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เบิกถอนเงินสดของผู้อื่นในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีที่ น.ส.ชมพูนุทฯ ได้ฝากเงินต่อพบว่าเป็นบัญชีกลุ่มโพยก๊วน หรือโอนเงินใต้ดินโดยผิดกฎหมาย พบภาพชายผิวสีเป็นผู้มาถอนเงินออกจากบัญชี และได้ทำการสืบสวนจนทราบที่พักของชายผิวสีดังกล่าว พบว่าคือนายวิลเลี่ยม สัญชาติไนจีเรีย และรับว่าเป็นผู้ถอนเงินออกไปจริง โดยได้รับสั่งการจากชาวไนจีเรีย จึงได้ทำการตรวจสอบพบของกลางบัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์สมุดบัญชีของผู้อื่น และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะไปถอนเงินออกจากบัญชี จึงได้ทำการจับกุมตัวและเพิกถอนการให้อยู่ในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 ก.พ.63 เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

2) “จับม้าถอนเงินแก๊ง Romance Scam มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้าน”
☆ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.กก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.ต.นนท์สมรรถ โบว์สุวรรณ สว.กก.4 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ก่อเหตุ ก่อนเกิดเหตุ กองกำกับการสืบสวน 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานข้อมูลจากฝ่ายป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ เกี่ยวกับเหตุ Romance Scam (แสร้งรักออนไลน์) ซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายถูกหลอกลวงและแจ้งเข้ามาทางธนาคารเป็นว่า ได้ถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารที่คนร้ายใช้พบว่ามีผู้เสียหาย หลายรายได้โอนเงินเข้ามาที่บัญชีของคนร้ายรวมแล้ว 5 ครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบว่าผู้ที่มากดเงินสดออกจากบัญชีของคนร้ายพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ซอยประชาราษฎร์ 5 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอหมายค้นต่อศาลเพื่อเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจค้นพบ นางนารีฯ นางสาวภัทรวรรณฯ และนายปีเตอร์ฯ ชายสัญชาติไนจีเรีย อยู่ในบ้านพักดังกล่าว พบบัตรเอทีเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอผู้อื่นจำนวน
3 ใบ สมุดบัญชีธนาคารของผู้อื่นอีก 1 เล่ม สอบสวนขยายผลทราบว่าทั้งสองคน ทำหน้าที่นำบัตรเอทีเอ็มไปกดถอนเงินสดให้กับแก๊งโรแมนซ์สแกรมตามคำสั่งการของกลุ่ม คนผิวสีชาวไนจีเรียชื่อเควิน (ไม่ทราบชื่อจริง) โดยทำมาแล้วประมาณ 2 เดือน
โดยถอนเงินมาแล้วประมาณ 1 ล้านบาท โดยได้ค่าจ้างเป็นส่วนแบ่งจากยอดกดเงินประมาณ 3-4% จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

3) บก.สส.สตม. สแกนพื้นที่ย่านนานา ตามนโยบายป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์
รวบหญิงต่างด้าว 17 รายค้าประเวณี กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว !!
☆ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ ผกก.๒ บก.สส.สตม.ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม. ได้จับกุมออกระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และการลักลอบค้าประเวณีของหญิงต่างด้าว พื้นที่สุ่มเสี่ยงในย่านนานา ถ.สุขุมวิท ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัย และแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนหาข่าวทราบว่ามีหญิงต่างด้าวเดินทางเข้ามาเตร็ดเตร่ ติดต่อรบเร้าชักชวน นักท่องเที่ยวให้ซื้อบริการค้าประเวณี เจ้าหน้าที่จึงได้แฝงตัวเข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยว พบหญิงต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม หญิงต่างด้าวชาวแอฟริกัน ออกมายืนข้างถนนตามหน้าสถานบันเทิง บาร์ ร้านอาหาร ในย่านนานา คอยติดต่อชักชวนนักท่องเที่ยวให้ซื้อบริการค้าประเวณีในราคา 1,500 บาท ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหญิงต่างสัญชาติเวียดนามได้ 9 คน สัญชาติแทนซาเนีย 7 คน สัญชาติเคนย่า 1 คน รวม 17 คนซึ่งมีพฤติการณ์การกระทำผิดในการติดต่อชักชวนเพื่อการค้าประเวณี จากนั้นได้ควบคุมตัวส่ง สน.ลุมพินี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ขออนุมัติเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และบันทึกรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามลงในระบบ Biometrics เพื่อสกัดกั้นไม่เดินทางเข้ามากระทำผิดในประเทศไทยได้อีก

4)“ รวบเมียนมาแสบ แอบปลอมรอยตราและใช้พาสปอร์ต ตบตาเจ้าหน้าที่
ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวไปประเทศที่ 3
☆ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.
สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตรรอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ ตม.จว.เพชรบุรี และ กก.สส.2 บก.สส.ภ.7 ได้ทำการสืบสวนทราบว่า ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม หน้าบริษัทขนส่งจังหวัดเพชรบุรี จะมีการลักลอบขนคนต่างด้าว ไปยังประเทศมาเลเซีย จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบ บริเวณดังกล่าว เมื่อไปถึงพบรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพ-สุไหงโกลก จอดอยู่
จึงวางกำลังเฝ้า จากนั้นได้มีนายวิท หรือ WIT อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ขับรถยนต์ ยี่ห้อ อีซุซุ สีดำ ทะเบียนเพชรบุรี มาจอดบริเวณท้ายรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพ-สุไหงโกลก ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลต่างด้าวลงมาจากรถกระบะดังกล่าวและขึ้นไปยังรถโดยสารประจำทางซึ่งจอดรออยู่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจค้นรถทั้ง 2 คัน ปรากฏว่า ในรถกระบะยี่ห้อ อีซุซุ สีดำ ทะเบียนเพชรบุรี ซึ่งมี นายวิท หรือ WIT เป็นผู้ขับขี่ ตรวจพบ :-
1. หนังสือเดินทางประเทศเมียนมา จำนวน 10 เล่ม
2. ตรายางประทับ IMMIGRATION BANGKOK THAILAND จำนวน 1 อัน
3. ตรายางประทับ IMMIGRATION MYANMAR จำนวน 1 อัน
4. ตรายางประทับ วัน เดือน ปี จำนวน 2 อัน
5. ตลับหมึกสำหรับประทับตรา จำนวน 2 อัน

ส่วนรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพ-สุไหงโกลก ตรวจพบ บุคคลต่างด้าวจำนวน 35 ราย (ชาย 28 ราย หญิง 7 ราย) จากการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวทั้งหมดพบว่าเป็นชาวสัญชาติเมียนมา จึงตรวจสอบเอกสารหลักฐาน พบว่า ทุกคนมีหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดในหนังสือเดินทางที่ทุกคนนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า เป็นหนังสือเดินทางของบุคคลอื่น ซึ่งไม่ตรงกับผู้ถือหนังสือเดินทาง และพบว่ามีการใช้ตรายางที่ตรวจยึดได้ประทับลงไปในหนังสือเดินทาง ดังกล่าวด้วย

จากการสืบสวนสอบสวน นายวิท หรือ WIT อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนคนต่างด้าวมาจากจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำส่งขึ้นรถโดยสารเดินทางไปยังภาคใต้ แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยมีนายทุน ชื่อ โซ สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ว่าจ้าง ให้ขับรถขนคนต่างด้าว โดยได้รับค่าจ้าง หัวละ 500 บาท ส่วนหนังสือเดินทางและตรายางประทับ ได้รับมอบมาจาก นายโซ เพื่อแจกจ่ายให้กับคนต่างด้าวติดตัว เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างเดินทาง
โดยหนังสือเดินทางเล่มไหนที่วีซ่าหมดอายุ นายวิท ก็จะดำเนินการประทับตราลงในหนังสือเดินทางให้เอง ก่อนแจกจ่ายให้คนต่างด้าวถือติดตัวไว้

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ในข้อหา “ เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ,นำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดอันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย,ใช้หรือได้มาและใช้ ซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน ,ร่วมกันปลอมขึ้นและใช้ซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ,จัดหาหรือใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป !!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *